การปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่แห้งแล้ง

Monday, 10 March 2014 Read 78544 times Written by 

การปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่แห้งแล้ง

10 03 2014 18

ประภัทร  ปริปุณณะ

วิฑูรย์  เลี่ยนจำรูญ

ไม้ยืนต้นเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศวิทยาการเกษตรของประเทศไทย  ไม้ยืนต้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบการเกษตรและแบบแผนการเกษตรต่าง ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่เป็นแหล่งผลิตอินทรีย์วัตถุ  และรักษาความชุ่มชื้นให้กับผืนดิน

ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคอื่นๆ ที่มีการปลูกพืชไร่และพืชอายุสั้นที่มีระบบรากตื้นทั้งหลายติดต่อกันยาวนาน  โดยไม่มีการปรับปรุงบำรุงดินนั้น ดินจะเสื่อมความสมบูรณ์ลงอย่างช้า ๆ จนเป็นสาเหตุปัญหา ดินทรายขยายตัว เกิดดินเค็ม และศัตรูพืชระบาด

การปลูกไม้ยืนต้นในระบบการเกษตรดังกล่าวเช่น การปลูกไม้ผลในนาข้าว การปลูกไม้ผลในไร่มันสำปะหลัง ฯลฯ จะช่วยฟื้นความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินและสภาพแวดล้อมอย่างช้า ๆ โดยชาวบ้านที่ปลูกจะได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นด้วย

แนวทางการแก้ปัญหาเช่นนี้เป็นทางออกที่ดีต่อการแก้ปัญหาความแห้งแล้งและปัญหาทางเศรษฐกิจของชาวบ้านอีสาน ดีกว่าการส่งเสริมให้มีการปลูกไม้โตเร็วเป็นการค้า เช่นนโยบายการให้บริษัทเอกชนขนาดใหญ่ปลูกยูคาลิปตัส เป็นต้น

การปรับปรุงดิน

หลักการข้อนี้สำคัญที่สุด  คือการปรับปรุงดินในหลุมปลูกไว้ล่วงหน้าก่อน ลงมือปลูกเป็นเดือน ๆ หรือหลายเดือน เพ่งเล็งให้หลุมปลูกมีอินทรีย์วัตถุสูง  ซึ่งจะช่วยทำให้ดินสามารถอุ้มน้ำไว้ในตัวเองได้สูง

ในการปลูกไม้ยืนต้น ผมได้ขุดหลุมขนาด 60x60x60 เซนติเมตร เอาหน้าดินส่วนบน(ดินชั้นบน)กองไว้ ขุดดินชั้นล่างสาดทิ้งไป

ใช้หญ้าแห้ง 1 ปี๊บใส่ก้นหลุม  ใส่ปุ๋ยคอก 1 ปี๊บทับบนหญ้าแห้งแล้วเอาดินชั้นบนทับลงไป พูดดินขึ้นเป็นรูปทรงแหลมสูงคล้าย ๆจอมปลวก ทิ้งไว้สัก 2-3 เดือน หญ้าแห้งและปุ๋ยคอกจะสลายตัวพร้อมที่จะเป็นอาหารของพืชได้

ก่อนปลูกใช้จอบพรวนดินคลุกดินให้เข้ากัน

รดน้ำก่อนลงมือปลูก  วันละครึ่งปี๊บติดกัน 2 วัน  เพื่อให้หลุมมีความชุ่มชื้นสูงพอเหมาะ

วันปลูกรดน้ำเพียงพอเล็กน้อยก็พอ  ถ้าให้น้ำวันปลูกมากเกินไปต้นอ่อนจะสำลักน้ำและรากเน่าเปื่อย

การปลูกต้นไม้อ่อนเปรียบเสมือนคนเลี้ยงลูก  แต่ต้องมีน้ำนมเตรียมไว้ให้ลูก พืชเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนคนจึงต้องการอาหาร ต้องการบำรุงรักษาและทะนุถนอมเช่นเดียวกัน

การเริ่มต้นที่ถูกต้องเท่ากับเห็นผลสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง

การบังไพรให้ต้นอ่อน

ป้องกันแสงแดดตอนบ่ายในเดือนแรกให้กล้าไม้ได้รับแสงแดดตอนเช้าวันละ 3-4 ชั่วโมงก็พอ  ต่อไปจึงเพิ่มแสงแดดให้มากขึ้น วัสดุที่ใช้บังไพรได้ดีเช่นทางมะพร้าว เป็นต้น

การคลุมโคนต้น

พอกล้าอายุได้ประมาณ 2-3 เดือน ใช้กิ่งไม้ ใบกล้วยแห้ง หญ้า ฟาง หรือวัสดุอื่น ๆ ที่ย่อยสลายได้คลุมโคนต้นโดยรอบ คลุมให้ห่างจากต้นประมาณหนึ่งฟุตให้หนาพอที่จะป้องกันแสงแดด และลมโกรกผิวหน้าดิน เป็นการลดการระเหยของน้ำ ควบคุมวัชพืช และได้อินทรีย์วัตถุเป็นผลพลอยได้

พืชบังร่ม

ในระหว่างแถวที่ปลูกไม้ยืนต้นจำเป็นต้องมีไม้บังร่มเป็นพืชพี่เลี้ยง  พืชพี่เลี้ยงนอกจากจะช่วยลดแสงแดดจัดแล้วยังช่วยรักษาความชื้น พืชที่ใช้บังร่มได้ดีเช่น กล้วยน้ำว้า แค กระถิน ถั่วแระ เป็นต้น

ปลูกระยะชิด

วางระยะการปลูกระหว่างต้นและระหว่างแถวให้ถี่สักหน่อย  เมื่อต้นไม้โตขึ้นทรงพุ่มชิดติดกันพอดีเป็นการป้องกันแสงแดดห